โอ้ย  กลับถึงไทยเจอหน้าพ่อแม่
 
แทบจะทิ้งสัมภาระ กระโดด อ้าปากหม่ำข้าวก่อน
 
ให้แม่ถือช้อนรอ คิดถึงอาหารไทยมากๆ
 
อาหารจีนไม่ว่าจะอร่อยไม่อร่อย ก็สู้ข้าวที่บ้านไม่ได้จริงๆ
 
กลับมาแอบได้เจอคนดังสองคน
 
1.พี่แบงค์วงแคลช
2.พลตรีจำลอง
 
คนละแนวแต่ก็ดังเหมือนกันทั้งสองคน 5555
 
กลับมารอบนี้หิ้ววิกมา 10หัว ขายถูกมว๊ากกกกก
 

 
เดี๋ยวไว้ฝอยเรื่องมหัศสะจอรอหันกะรันยอ ของประเทศจีนให้ฟังทีหลัง
 
วันนี้ต่อนิยายก่อนนะคะ
 
ติชมได้เรื่อยๆ
 
----------------

บทที่สี่ บทละครในความมืด

                เสียงระฆังบอกเวลาเที่ยงคืนดังกังวาล ท่ามกลางความมืดยามราตรี ในหมู่บ้าน กลับมีบ้านอยู่หลังหนึ่งปกคลุมไปด้วยบรรยายกาศดำทะมืนที่ไม่ว่าแสงจากอะไรก็ไม่สามารถส่องถึงได้ ควันสีดำวนรอบตัวหญิงสาวบนเตียงเรียกร้องถึงคำสัญญาที่ได้ทำไว้กับปีศาจ

                “อินคิวปัส” เธอพูดจบก็หลับตาลง ควันสีดำพวยพุ่งออกมาเป็นรูปร่างสัตว์ประหลาด จ้องมองไปยังหญิงสาวและพวยพุ่งเข้าไปในตัวของเธอ

                “จงจำคำสัญญาที่ให้ไว้ และรักษามันจนกว่าเจ้าจะหยุดหายใจ” เสียงแหบพล่าพูดขึ้น “เจ้าจะต้องเดินทางท่ามกลางความมืดมิดทุกราตรี เมื่อฟ้าสาง เจ้าจะได้กลับไปใช้ชีวิตดังมนุษย์”

                แคร้ง แคร้ง แคร้ง

                เด็กสาวลืมตาขึ้นมองไปยัง เสียงโซ่ตรวจจากข้อเท้าและข้อมือของตนเอง นอกจากเธอแล้ว ยังมีเด็กคนอื่น รวมถึงผู้ใหญ่จำนวนหนึ่ง ถูกโซ่ตรวนพันธนาการเอาไว้ บ้างก็ร้องไห้ บ้างก็ถูกลากเพราะไม่มีแรงที่จะเดิน ภาพหล่าวนี้เหมือนกับความทรงจำอันเลวร้ายส่วนหนึ่งของหญิงสาว

                แคร้ง แคร้ง แคร้ง

                “ร้อน เหลือเกิน”  เสียงหืดกระหายน้ำของหญิงแก่เอ่ยขึ้น “เอาน้ำมาซิน้ำ  เร็วเร็ว เร็วเร็ว” เด็กสาวผมสั้นรีบยกน้ำรีบนำน้ำมาให้ด้วยความหืดกระหอบ “เร็วสิ ชั้นร้อนจะตายแล้วไม่เห็นเหรอ”

                “ว๊ายยยย” เด็กสาวผมสั้นสะดุดล้ม น้ำเย็นในแก้วสาดกระเซ็นใส่ตัวเด็กสาวผู้ทำพันธะสัญญา

                เพล้ง

                เสียงแก้วกระเด็นตกแตก พร้อมกับเสียงด่าทอราวกับอาฆาตแค้นของหญิงสาวผู้หิวกระหายน้ำ

                “เย็นดีจัง” เด็กสาวผู้ทำพันธะสัญญาเอ่ยขึ้นเบาๆโดยที่ไม่มีใครได้ยิน

                “ขอโทษนะ” หญิงสาวผมสั้นลุกลี้ลุกรนขึ้นมากล่าวขอโทษเบาๆ และรีบกุรีกุจอกลับไปเอาแก้วน้ำมาใหม่

                “ขอบใจสำหรับแก้วที่แตกหนึ่งใบ ยายโง่ วันนี้ไม่ต้องให้ข้าวเย็นยายนี่” สิ้นเสียงแผดด่า เด็กสาวผมกลับไม่ส่งเสียงโวยวายแม้แต่น้อย  “ไหนขอดูของวันนี้หน่อยซิ  คนที่ชั้นเรียกให้ตามชั้นออกมา  เธอ  เธอ  เธอ ..เธอ  อื้มคนนี้น่าจะใช้งานได้ เธอด้วย เธอ”  เสียงเจ้ากี้เจ้าการกล่าวพร้อมกับเดินจับหน้าทาสดูทีหละคน โดยเน้นผู้หญิงเป็นหลัก ซึ่งหนึ่งในนั่น รวมเด็กสาวผู้ทำพันธะสัญญากับปีศาจไว้ด้วย

                “หลังจากนี้พวกเธออยู่ในอำนาจของชั้น สั่งอะไรก็ทำ ไม่มีสิทธิปฏิเสธ วันนี้อากาศมันร้อน พาไอพวกนี้ไปไว้ให้เข้าที่เข้าทางซะ ชั้นอารมณ์เสียจริงๆ” สิ้นเสียงก็เดินสะโปรงพริ้วๆแล้วก้าวขายาวเดินฉับๆ พร้อมกับคนที่ถือร่มวิ่งตามสองคนจ้าละหวั่น

                -สงสัยว่าแม่คนนี้จะกลัวดำซะจนใกล้จะเป็นโรคประสาทแล้วแน่ๆ บ้าอำนาจ ตัวเองก็ร้อนเป็นอยู่คนเดียวรึไง คิดว่าตัวเองเป็นเทวดานางฟ้ามาจากไหน- เด็กสาวผู้ทำพันธะสัญญาคิด

                “รีบตามมาเร็วเข้า ถ้าไม่อยากโดนเหมือนแม่นั่น” เด็กหนุ่มผมทอง อายุราว10ต้นๆ โบกมือเรียกให้ทุกคนหันไปดูเด็กสาวผมสั้นที่ยืนร้องไห้อยู่ “ชั้นเองก็ไม่อยากโดนแบบนั้นเหมือนกัน ตามมาเร็วเข้า”

                “มาเอาไปซะ ข้าวเย็นของแต่ละคน เฮเลน่า ยกเว้นเธอ” เด็กหนุ่มอายุ 12 ปีเอ่ยปากเรียกเหล่าทาสที่ถูกขังอยู่ราว20คน รวมถึงที่เพิ่งมาใหม่ ด้วยความหิวโหยและเหน็ดเหนื่อย เหล่าทาสทั้งหญิงและชายต่างวิ่งกรูเข้าไปรับอาหาร

                “เธอชื่อเฮเลน่าเหรอ” เด็กสาวผู้ทำพันธะสัญญาเดินไปยืนหน้าเด็กสาวผมบ็อบที่นั่งก้มหน้าอยู่ เธอพยักหน้าเล็กน้อย เด็กสาวผู้ทำพันธะสัญญากับก็เดินไปหยิบขนมปังที่แข็งจนเกือบจะเรียกได้ว่าหินที่ตั้งอยู่ก้อนสุดท้าย แล้วไปนั่งข้างๆกับ เด็กสาวผมบ็อบที่ชื่อเฮเลน่า

                “เฮ้ เธอทำอะไร อยากตายรึไง” เด็กชายผมทองสบถด่าผู้ทำพันธะสัญญาที่ส่งขนมปังที่เพิ่งหยิบไปให้ สาวผมสั้นที่นั่งข้างๆ พร้อมกับวิ่งตรงไปหาทันที

Comment

Comment:

Tweet

เดี๋ยวตามกลับไปด้วยค้าบ
อยู่ที่ไหนไม่สุขใจเหมือนบ้านเราจริงๆ big smile

#2 By iDonut on E'arth on 2013-01-04 15:28

ที่ไหนก็ไม่สุขใจเท่าบ้าน
big smile Hot!

#1 By Nirankas on 2012-12-12 08:12