สวัสดีค่ะ ขาบล็อคทั้งหลาย

เอนทรี่นี้รู้สึกเหมือนจะเป็นเอนทรี่ที่มีสาระที่สุดเท่าที่เคยเขียนมา

 

ในตอนนี้ภาษาที่สำคัญรองลงมาจากภาษาอังกฤษก็หนีไม่พ้นภาษาจีน

การเรียนการสอนภาษาจีนสมัยนี้ก็ป็อบปูล่าเอามากๆ

พูดง่ายๆว่า เป็นจุดเริ่มต้นยุคของภาษาที่สามก็ว่าได้

 

ตอนนี้ที่สังเกตุกันง่ายๆก็คือ

"ชาวจีน" ที่หลังไหลเข้ามาท่องเที่ยวในเมืองไทยอย่างไม่ขาดสาย

ไม่ว่าจะเป็น


บนบก
 

ท้องฟ้า



ใต้น้ำทะเล

 

 

รู้สึกเหมือนจะออกนอกเรื่องไปหน่อย

แต่ว่า ภาษาที่3 ที่จะได้ใช้ในอนาคตแน่ๆ ก็คงจะเป็นภาษาจีนแน่ๆค่ะ

 

มาเข้าประเด็นเลยดีกว่านะคะ

 

ตัวเราเองก็พอจะมีอะไรหลายๆอย่างที่คิดว่าน่าจะมีประโยชน์

มาแนะนำน้องๆที่ศึกษาภาษาจีนอยู่

ถึงแม้ว่ามันอาจจะถูกบ้างผิดบ้างก็ขอโทษล่วงหน้าเลยนะคะ

 

ขอแนะนำนิดหนึ่ง

สำหรับคนที่อยากเรียนภาษาจีน

ไม่ว่าจะเป็นระดับไหน

ขอให้มาเรียนด้วยความต้องการของตัวเองดีกว่าค่ะ

เพราะจีนเป็นภาษาที่ยาก ไม่มีตัวสะกด ต้องจำเป็นตัวๆ

แม้แต่คนจีนแท้ๆบางคนยังเขียนผิดเขียนถูก

แต่ถ้าขึ้นว่าการเรียนแล้ว หากขาดความตั้งใจ ขาดความขยัน ก็ไม่สำเร็จวิชานะคะ

สำหรับคนที่มีความตั้งใจ ก็ขอให้ประสบผลสำเร็จค่ะ

 

.................................................................................

ทุนที่เราได้เป็นทุนของรัฐบาลไทยค่ะ

ได้ไปแลกเปลี่ยนเป็นระยะเวลา 1เทอม

แต่ว่า เรื่องทุน ถ้าใครอยากรู้ก็ถามมาอีกทีนะคะ

เอนทรีนี้ ขอเป็นเล่าประสบการณ์ดีกว่า

 

เริ่มจากการเตรียมตัวเดินทางสู่ประเทศจีนนะคะ

พาสปอต วีซ่า ตั๋วเครื่องบิน คงจะรู้กันอยู่แล้ว

ที่ระวังก็คือเรื่องของอากาศ

ต้องเช็คอากาศด้วยนะคะ ว่าสภาพอากาศที่จะไปเป็นอย่างไร

เพราะเมืองจีนมีร้อน มีหนาว ไม่เหมือนไทยที่ So hot ตลอดเวลา

สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือยาประจำตัวค่ะ

ถ้าใครมีโรคประจำตัวอะไร เกิดฉุกเฉินก็หยิบยาขึ้นมาแก้ขัดได้

เครื่องสำอางค์แบรนต่างๆนอกจากไต้หวันแล้วที่ไทยราคาถูกกว่าครึ่งราคาค่ะ

 

สิ่งที่คนไทยไปเจอแล้วมักจะรับไม่ได้

<<ห้องน้ำ>>
โผอันดับหนึ่งตลอดการ สำหรับคนไทย

แต่ก็อย่าตีโพยตีพายไปนะคะว่ามันจะสกปรกซะทุกที่

ห้องน้ำดีๆก็มีค่ะ แต่ใช่ว่าจะไม่มีห้องน้ำที่ทุกคนกลัว

ถ้าเป็นตามห้าง หรือว่า โรงภาพยนตร์ โรงแรม

ประตูห้องน้ำและกำแพงก็สูงเลยหัวแล้วค่ะ

แต่ก็ยังมีกลิ่นที่ต้องกลั้นหายใจนิดหนึ่ง

แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีห้องน้ำอย่างว่า มักจะเป็นห้องน้ำสาธารณะค่ะ

 

<<อาหารการกิน>>

อาหารจีนเป็นอาหารที่อร่อยที่สุดในโลก

เป็นเรื่องเข้าใจผิดค่ะ

ใครที่วาดฝันไว้ว่าจะได้เจอติ่มซำยามเช้า

หรืออาหารจีนเลิศหรูอลังการ

ขอให้ฉีกแล้วขยำ แล้วขว้างไปไกลๆ

คนจีนเป็นอะไรที่กินง่ายๆค่ะ

อาหารจีนในไทยนั้น ก็ล้วนแต่ดัดแปลงเป็นรสชาติของไทยแล้วเสร็จสับ

ลองนึกภาพซุปของคนจีนนะคะ

 .ซุปไข่มะเขือเทศ

เอาน้ำใส่หม้อ ตั้งไฟ ใส่ผัก

เสร็จ!

เอาน้ำใส่หม้อ ตั้งไฟ ใส่ไข่ ใส่สาหร่าย รอจนสุก

เสร็จ!

เอาน้ำใส่หม้อ ตั้งไฟ ใส่ไข่เยี่ยวม้า ใส่แตงกวา

เสร็จ!

เป็นซุปที่ไม่มีรสชาติค่ะ ต้องขอเติมเกลือกันสนุกสนานเชียว

ส่วนเมนูผักก็ง่ายๆค่ะ เอาแค่ชื่อนะ

มะเขือเทศผัดไข่

หมูผัดต้นหอม

ไข่เยี่ยวม้าคลุกแตงกวา

แตงกวาคลุกกระเทียม

บะหมี่ลอยน้ำมันที่หาผักไม่เจอ

 ต่อด้วยหมี่นะคะ

ถ้าคุณสั่งหมี่ผัก คุณก็จะได้หมี่กับผัก

ถ้าคุณสั่งหมีไข่ คุณก็จะได้หมี่กับไข่ ไม่มีผัก

ถ้าคุณสั่งหมี่เนื้อหมุ คุณก็จะได้หมี่กับเนื้อหมู ไม่มีไข่ มีผักจึ๋งหนึ่ง

ถ้าคุณสั่งรวมกัน บางที่ก็จะไม่ให้ เพราะว่าจะเสียรสชาติ

ทำหมี่เสร็จโดยปกติ เค้าก็จะราดน้ำมันเยิ้มๆให้คุณ1-2หวักแทนน้ำซุปกันเลย

จืดๆมันๆ ถ้าใครชอบก็โอเคค่า

และสำหรับคนที่จะไปแถบ

ฉงชิ่ง เสฉวน ซีอาน หูหนาน หูเป่ย

คงจะได้เจอกับ หม้อไฟฉงชิ่ง หรือ ฉงชิ่งหั่วกัว

อาหารที่มีชื่อสียงมากที่สุดในบริเวณจีนตะวันตกเฉียงใต้

ให้ระวังสิ่งที่เรียกว่า ฮัวเจียว ลักษณะคล้าย พริกไทย

มีรส หม่า แปลว่า ชา

ในเมืองไทยไม่มีแน่นอนค่ะ

ไปถึงแล้วก็ลองกัดดูซักเม็ดหนึ่ง ให้รู้ว่ารสชาเป็นยังไง

รูป หั่วกัว 火锅

เมล็ด ฮัวเจียว

 

<<กริยา มารยาท ระเบียบวินัย>>

หลายคนคงจะเจอกันแล้ว แม้อยู่ไทย

ประเภทที่ว่า สูบบุหรี่ไม่เกรงใจใคร

ประเภทที่ว่า ถ่มน้ำลาย "อ้าว ไอเชี้ยโดนรองเท้ากุวว"

ประเภทที่ว่า กินอาหาร อนาถชนิดที่สงสารเด็กเสริฟและโต๊ะข้างๆ

ประเภทที่ว่า จะซื้อของแล้วเบียดคนอื่นกระเด็น

ประเภทที่ว่า ต่อแถวไม่เป็น ชั้นแซงตลอด

พฤติกรรมเหล่านี้ พบได้จากคนจีนโดยทั่วไป

หากพบในประเทศไทย คุณก็เข้าไปตักเตือนตรงๆ เพราะนี้มันถิ่นเรา

แก้ปัญหาคนจีนในประเทศจีน ไม่ต้องจิ้มค่ะ ไม่มีวิธีแก้

เพราะเป็นปัญหาสังคมของประเทศจีนที่มีจำนวนประชากรมากเกินไป

ทำให้ไม่ว่าอะไรก็ต้องแก่งแย่งกันหมด

ไม่เช่นนั้นก็จะเหลือแต่สิ่งไม่ดี หรือไม่ได้อะไรเลย

ทุกครอบครัวมักจะสอนลูกๆว่า อย่าให้คนอื่นเอาเปรียบ

จนเริ่มเปลี่ยนเป็น การเอาเปรียบคนอื่นให้มากที่สุด

เมื่อไม่ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการก็จะโวยวายเสียงดัง

จะทำให้ฝั่งตรงข้ามขายหน้าแล้วยอม

สิ่งที่ตามมาคือพฤติกรรมเหล่านี้ค่ะ

สิ่งนี้ทำให้เห็นได้ชัดว่า

เมื่อสังคมเปลี่ยน พฤติกรรมก็จะเปลี่ยน เพื่อความอยู่รอด

ถ้าไปอยู่จีนแล้ว สิ่งที่จะช่วยคุณได้คือความหน้าด้านค่ะ

ถ้าเค้าแซงคุณ คุณต้องผลักเค้าออก เพราะมันไม่ถูกต้อง

ถ้าเค้าด่าคุณ คุณก็ต้องพูดไป ไอด้อนอันเด้อสแตนนะจ๊ะ เดี๋ยวก็เงิบไปเอง

ถ้าเค้าสูบบุหรี่ใกล้คุณ คุณก็ต้องปิดจมูก หรือกลั้นหายใจ

ถ้าเค้ากินเสียงดัง,สกปรก คุณก็อย่าไปเลียนเเบบเขา

รักษาสิ่งดีๆไว้ ถ้าเค้าเห็นว่าดี เค้าก็ชื่นชมเองค่ะ

เมืองที่เราไป เป็นเมืองที่มีเศรษฐีใหม่เกิดขึ้นมากมาย

หรือจะให้เรียกอีกอย่างว่า เศรษฐีบ้านนอก

ให้เทียบเป็นสำนวนก็ ทองเท่าหนวดกุ้ง นอนสะดุ้งจนเรือนไหว

พวกนี้เว่อร์ เป็นพวกชนชั้นกลางที่มีอันจะกิน ไปถึงไฮโซจ๋า

จะดูถูกคนต่างชาติโดยเฉพาะเอเชียด้วยกัน

เพราะคิดว่าประเทศตัวเองใหญ่ที่สุดในแถบเอเชีย

แต่หารู้ไม่ว่า เป็นแขกที่ไม่ว่าประเทศไหนก็ไม่ค่อยอยากต้อนรับสักเท่าไหร่

ชาวจีนกลุ่มนี้ แม้จะเปลี่ยนจากชนชั้นกลางมาเป็นเศรษฐีแล้ว

แต่กริยามารยาทก็ไม่ได้พัฒนาไปตามฐานะเลย

ยังมีอีกกลุ่มหนึ่งที่เรียกได้ว่า

เป็นปัญหาของการไปประเทศจีนครั้งนี้มากที่สุด

ตั้งแต่ไปวันแรก จนวันสุดท้ายก็ยังเจอ

คนจีนรุ่นที่อายุ40ปีขึ้นไป ไม่สามารถพูดจีนกลางได้ (แต่ฟังออก)

คนฉงชิ่งกลุ่มนี้ ไม่มีความเกรงใจ อยากได้อะไรก็ต้องได้

ถือว่าตัวเองแก่ ต้องได้สิทธิมากกว่าคนอื่น

เช่น คุณกำลังต่อคิวจ่ายเงินที่ซุปเปอร์ฯ ก็มีอาอี๋คนหนึ่งเดินไปหน้าสุด(แซง) แล้วเเคชเชียร์ก็คิดเงินให้เสร็จสรรพ

เช่น คุณนั่งอยู่บนรถเมล์และเมารถ แล้วมีอาอี๋มาโวยวายว่า เทอมันคนใจดำ ทำไมไม่ลุกให้ชั้นนั่ง แล้วคนอื่นๆก็จะรุมประนามคุณ

สิ่งพวกนี้เป็นความเคยชินที่ไม่ถูกต้อง

และเมื่อเจอกับเหตุการณ์พวกนี้ในประเทศจีน 


วิธีเอาตัวรอด

กรณีโดนแซงคิว

1.ถ้าโดนแซงตรงหน้าคุณพอดีให้คุณปัดของไปตรงอื่นแล้วเอาของของคุณวางแทน ถ้าอาอี๋เริ่มโวยวายก็ให้คุยภาษาอังกฤษใส่ do you talk with me,sorry i don't understand. อาอี๋ก็จะอึ้ง แล้วนึกอะไรไม่ออก

2.ถ้าโดนแซงคิวระยะไกล คุณต้องตะโกนไปว่า ชั้นต่อแถวอยู่นะ แล้วให้มองหน้าพนักงาน (พนักงานก็จะไล่ให้ไปต่อแถวเอง) ถ้าพนักงานยังคิดเงินให้ก็ให้เดินไปถ่ายรูปพนักงานแล้วจดชื่อ (อันนี้ได้ผลนะ แต่ต้องด้านมากๆ)

กรณีโดนคนแก่ด่าตอนนั่งบนรถเมย์

อันนี้แม้จะดูใจดำ แต่มันก็เป็นสิทธิของเราที่จะไม่ลุกให้

แต่ต้องดุว่านั่งอยู่ตรงที่สำหรับคนแก่รึปล่าว

โดยปกติก็จะลุกให้คนท้อง กับอม่าอากง ยกเว้นเราไม่ไหวจริงๆ

1.ง่ายๆ ลุกขึ้นแล้วทำหน้ามึนๆ แล้วแกล้งเข่าอ่อนเซล้ม แล้วลุกขึ้นไปหาที่ยืนพิง(ดราม่า)

2.บอกว่าเวียนหัวจะอ้วก เมารถ +ทำท่าจะอ้วก (ต้องมีเอ็กติ้ง)

 

สำหรับคนที่ต้องการจะเรียนภาษาจีน และคิดว่าตั้งใจจะไปเรียนที่จีน

สิ่งพวกนี้คือสิ่งที่คุณต้องทำใจรับค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

โอ้ววสุดยอดดด มีประโยชน์มากๆ วาสนาจะได้ไปคงไม่มี
แต่มาอ่านเปิดโลกทัศน์คนจีนแบบ เรียล สนุกมาก
อึ้งตรงนิสัย คนจีนแง่ลบ มิน่าล่ะเห็นในไทยหลายคน ส่วนมาก
เห็นชัดๆคือโวยวายเสียงดังไม่แคร์ผู้ใดเป็นหลัก เป็นที่ล่ำลือสืบไป open-mounthed smile Hot!

#2 By p.cobra on 2013-08-08 21:44

ไปจีนมาหลายครั้ง สงสัยเป็นเมืองท่องเที่ยวมั้ง
เลยไม่ค่อยเจอปัญหาแบบนี้เท่าไหร่
แต่ถ้าเจอก็คงทำใจ เพราะไม่อยากไปยุ่ง
มีลูกสอนลูก มีหลานสอนหลาน
( Hot! Hot! )

#1 By Nirankas on 2013-08-02 20:49